วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

Paradoxxxxxxxx



Paradox


พาราด็อกซ์ เป็นวงดนตรีชาวไทย เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2537 โดยกลุ่มนิสิตจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวงที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสด โดยจะมีการแสดงประกอบการเล่นดนตรี เช่น พ่นไฟ ,สาดน้ำ ,โยนลูกโป่งใส่คนดู ซึ่งแสดงโดยฝ่ายในวงที่เรียกว่า “โจ๊กเกอร์-ว๊ากเกอร์” รับเชิญหลายคน โดย โจ๊กเกอร์-ว๊ากเกอร์หลักของทางวงคือ อ๊อฟ และ เก่ง จะทำหน้าที่ร้องประสานเสียงบนเวทีให้อีกด้วย
คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก
ในปี 2546 Fat Radio ได้จัดให้มีคอนเสิร์ตใหญ่ของพาราด็อกซ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 28 มิถุนายน 2546 ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก ในชื่อ Fat Live 4 : The Paradox Circus ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างอบอุ่น พร้อมแขกรับเชิญพิเศษคือ ก้อย – Saturday Seiko เล็ก – สุรชัย กิจเกษมสิน ผิง – Club F และ สามสาวจากวง H และในปีเดียวกันนี้ พาราด็อกซ์ก็ได้ออกอัลบั้ม Freestyle ที่มีเพลงดังอย่าง Sexy ทาส บอลลูน พร้อมทั้งนำเพลงนักมายากล จากอัลบั้ม Lunatic Planet กลับมาทำใหม่อีกครั้ง
หลังจากอัลบั้ม Free Style เพียงไม่กี่เดือน พาราด็อกซ์ก็มีผลงานพิเศษที่ร่วมกับศิลปินอื่นอีกครั้งในชื่อ Little Rock Project ซึ่งเป็นการนำเพลงของวงในตำนานอย่าง ไมโคร กลับมาทำใหม่ตามแบบฉบับของแต่ละวงในอัลบั้มนี้ ซึ่งพาราด็อกซ์มีผลงานอยู่2เพลงคือ มันก็ยังงง งง และ รักคุณเข้าแล้ว และได้มีคอนเสิร์ตที่ชื่อ Rock Size S เกิดขึ้นที่ Impact Arena เมืองทองธานี
เมื่ออัลบั้มเก่าๆของพาราด็อกซ์เริ่มหายาก จึงมีการทำอัลบั้ม Hit Me ขึ้น ซึ่งเป็นผลงานรวมเพลงของพาราด็อกซ์ตั้งแต่อัลบั้ม Summer เป็นต้นมา และพาราด็อกซ์ก็ได้มีโอกาสทำเพลงประกอบภาพยนตร์ วัยอลวน4 โดยนำเพลงดังในอดีต อย่าง เธอที่รัก กลับมาเรียบเรียงใหม่ รวมถึงการนำเพลง Let’s Go Rider Kick ซึ่งเป็นเพลงเปิดตัวของ ไอ้มดแดง V.1 มาเรียบเรียงใหม่เพื่อใช้สำหรับงาน ไอ้มดแดง Live Show In Bangkok
สมาชิก
-อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา
-ขจัดภัย กาญจนาภา
-จักรพงศ์ สิริริน
-เสรฐพร กฤดากร ณ อยุธยา
-ชาญณรงค์ วังเย็น (อ๊อฟ) ว๊ากเกอร์
-นัทธา กมลรัตนกุล (เก่ง) โจ๊กเกอร์

ผลงาน
อัลบั้มใต้ดิน
-2540 – แมลงวันเสปน
-2541 – พาราด็อกซ์แอนด์มาวินเฟรนส์
-2543 – แค้นผีนรก
-2545 – กำเนิดจากน้ำ Ft.โจ๊ก so cool
อัลบั้มสตูดิโอ
-2539 – ลูนาติกพลาเน็ต
-2543 – ซัมเมอร์
-2544- ออน เดอะ บีช (อะคูสติกอัลบั้ม)
-2545 – ออนเดอะเรนโบว์
-2546 – ฟรีสไตล์
-2547 – ฮิท มี(รวมฮิต)
-2549 – เอ็กซ์ (เท็นเยียร์สอาฟเตอร์)
-2550 – อินพาราไดซ์(อะคูสติก อัลบั้ม)
-2552 – พาเลต(รวมฮิต)
-2554 – เดอะ เลิฟซีน(รวมเพลงประกอบหนัง)
-2554 – Daydreamer
- paradox newsingle 2011

ผลงานการเขียน
-บันทึกลึกลับ Paradox X – เขียนโดย อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา (ต้า) นักร้องนำ
รางวัล
-รางวัลรถติดคนติด (เพลง ขอ จากอัลบั้ม Freestyle) : FAT AWARDS #2 (พ.ศ. 2547)
-รางวัลท่อนฮุคเฆี่ยนใจ (เพลง ขอ จากอัลบั้ม Freestyle) : FAT AWARDS #2 (พ.ศ. 2547)
-รางวัลศิลปินยอดนิยม : FAT AWARDS #5 (พ.ศ. 2550)
-รางวัลศิลปินยอดนิยม : FAT AWARDS 2010 (พ.ศ. 2554)












บทเพลงสุดจี๊ดใจอีกมากมาย สามารถติดตามและรับฟังได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=fZ_Ec5Kpejg&list=ALzxNYRMVOCRgcr0lAz_808CEdpY41-z7-



วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

เก่ง ธชย ประทุมวรรค เปิ๊ดสะก๊าดดดดดดดด!!



เก่ง ธชย ประทุมวรรณ 

เปิ๊ดสะก๊าดดดดดดด!!








         อีกหนึ่งเวทีเรียลลิตี้โชว์ของ คนรักเสียงเพลง The Voice Thailand สร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อผู้เข้าประกวดอย่าง เก่ง ธชย ประทุมวรรณ ออกมาโชว์เทคนิคร้องเพลงสุดล้ำ ที่ทำให้กรรมการต้องอึ้ง! และพร้อมใจกันกดไฟ “I Want You” แย่งตัวหนุ่มเก่งมาร่วมทีมกันอย่างเฮฮา

          โดย เก่ง ธชย ปรากฏตัวบนเวทีพร้อมกับเพลง What’s My Name ของ Rihanna แต่เขาสร้างความฮือฮาให้กับกรรมการด้วยการใช้เทคนิคการร้องที่แหวกแนวไปจากต้นฉบับ ซึ่งมีหลายคนแอบคิดว่าเป็นการ ใช้เนื้อร้องเพลง What’s My Name ผสมจังหวะคล้ายคลึงกับเพลง Price Tag ของนักร้องสาวฝั่งอังกฤษ Jessie J อีกทั้งยังโชว์พลังเสียงที่สะกดคนดูและกรรมการได้อยู่หมัด

            กรรมการ ทั้ง 4 คน จึงทยอยกดผ่านให้ เก่ง ธชย เริ่มตั้งแต่ โจอี้ บอย, ก้อง สหรัฐ, สแตมป์ อภิวัชร์ และเจนนิเฟอร์ คิ้ม ที่งานนี้กรรมการบอกว่าร้องแปลกประหลาดจนอยากเห็นหน้าคนร้อง จึงต้องรีบกดไฟเป็นการด่วน ซึ่งกรรมการที่ดูจะมาในแนวทางเดียวกันกับ เก่ง ธชย อย่างโจอี้ บอย ถึงกับออกปากว่า เจอเพื่อนร่วมแนวแล้ว เพราะชาวบ้านคนปกติเขาไม่ร้องกันแบบนี้ ขณะที่กรรมการท่านอื่น ๆ ต่างก็ชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการนำเพลงมาร้องได้แปลกหูไปจากต้นฉบับจนแทบจำของเดิมไม่ได้ แถมยังออกมาเพราะอีกด้วย

          และเมื่อถึงช่วงสำคัญในการเลือกทีม กรรมการต่างก็ออดอ้อนอยากได้คนเก่งสมชื่อมาอยู่ร่วมทีม เก่ง ธชย ที่ดูจะตัดสินใจไม่ได้ ก็เอ่ยปากเลือกเข้าทีมของนักร้องสุดแนวรุ่นพี่อย่าง โจอี้ บอย ก็แหม! มาแนวเดียวกันขนาดนี้แล้วนี่นา ทำเอาเสียงกรี๊ดกร๊าดในห้องส่งดังสนั่น 

           นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสชื่นชมในอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว โดยที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจและเอ่ยปากจะขอเชียร์หนุ่มเก่ง ธชย คนนี้ พร้อมทั้งยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้องสนุกกว่าต้นฉบับเสียอีก เรียกว่าเก่งมาแรงแซงทางโค้ง กลายเป็น เก่ง The Voice ฟีเวอร์ ไปเลยล่ะ






             ส่วนประวัติของหนุ่มเก่ง ธชย วัย 23 ปี คนนี้ ขอบอกว่าเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะเขามีอาชีพเป็นครูสอนดนตรีเด็กอนุบาล ที่โรงเรียนเด่นหล้า ซึ่งเขาบอกว่าการร้องเพลงก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่การเป็นครูสอนเด็กก็เป็นเรื่องที่ท้าทายเช่นกัน ซึ่งเขาก็ต้องหาวิธีมาหลอกล่อมัดใจเด็ก ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน 




           สำหรับทรงผม สไตล์การแต่งตัว และมาดกวน ๆ ของเขานั้น เขาบอกว่าเขาเป็นคนชอบแต่งตัวแล้วที่บ้านก็ขายเสื้อผ้า เลยอยากลองแต่งหลาย ๆ แบบดู ส่วนทรงผมนั้น เขาตั้งใจไว้ให้เป็นแผงกำบังของราชสีห์ ซึ่งเขาบอกว่ามันดูเด่นดี จะให้มาทำทรงเกาหลีแบบนั้น ก็คงไม่ไหวเพราะเขาเข้ม ไม่ได้หล่อตี๋แนวหนุ่มกิมจิ 

         


           ท้ายนี้ หนุ่มเก่ง ก็ได้เผยถึงสาเหตุที่เลือกโค้ชโจอี้ว่า พอเขาร้องจบปุ๊บ มันจะเลือกใครไม่ได้นอกจากพี่โจอี้ เพราะเขาเป็นคนครีเอท ซึ่งหากตนไปอยู่กับคนอื่นก็คงไม่เข้ากันสักเท่าไร แต่ทั้งนี้ ก็มีแว้บแรกที่จะเลือกพี่แสตมป์เหมือนกัน สุดท้ายในใจมันบอกว่าให้เลือกพี่โจ้อี้ เพราะคิดว่าเราคงจูนกันติดมากกว่า 

           เอาละ...หนุ่มเก่ง คนนี้ เก่งสมชื่อ และเจ๋งสุด ๆ ไปเลยล่ะขอบอก เพราะตอนนี้เขาสามารถเอาชนะหนุ่มนิก ที่แบทเทิลกันในเพลง Feel Good และล่าสุดยังผ่านรอบ Live Round ด้วยคะแนนโหวตสูงสุดอีกด้วย จนในที่สุดเก่งก็สามารถเข้าไปสู่รอบ Semi Final และเป็นตัวแทนคนสุดท้ายจากโค้ชโจอี้ในที่สุด 

         และล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรอบสุดท้ายในรอบ Final ที่จะได้รู้กันแล้วว่า ใครจะได้เป็นสุดยอดเดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ คนแรกของประเทศไทย โดยทางรายการได้ทำเพลงพิเศษเฉพาะตัวแทน 4 คนสุดท้ายของลูกทีมแต่ละทีม ซึ่งหนุ่มเก่งได้บทเพลงที่แปลกแหวกแนว ตามสไตล์ของเขา อย่างเพลง "ทศกัณฐ์มานะ" ที่หนุ่มเก่งได้เนรมิตบทเพลงนี้ให้น่าฟังยิ่งขึ้น โดยใส่ลูกเล่นและเทคนิคการร้องอย่างแพรวพราว ทำให้เพลงนี้ฟังสนุก และติดหูอย่างมากเลยล่ะค่ะ 



วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556


Singular




            หล่อทะลุแป้ง มาแรงทะลุเป้าจริง ๆ สำหรับวง Singular (ซิงกูล่าร์) วงดนตรีที่เกิดจากส่วนผสมของสองศิลปินหน้าใหม่ ที่หลงรักในงานศิลปะและเสียงเพลง หลังปล่อยซิงเกิ้ลเปิดตัว 24.7 (Twentyfour-Seven) ออกมาดังเป็นพลุแตก ทำให้ทุกคนรู้จักพวกเขาเป็นครั้งแรก ตามมาด้วยเพลงรักชิล ๆ สไตล์ Metro Acoustic อย่างเพลง เบา เบา ซิงเกิ้ลที่ 2 ที่ตอกย้ำความเป็นตัวตนของ Singular ได้เป็นอย่างดี แล้ววันนี้อัลบั้มเต็มและเป็นอัลบั้มแรกของ Singular อัลบั้ม The White Room ก็วางแผงทั่วประเทศแล้ว




ปล่อย Single แรก ที่ทำให้คนทั่วประเทศรู้จักพวกเขา
v
v

เพลง 24.7




 ตามมาด้วยเพลงที่กระตุ้นการเต้นของหัวใจให้อย่างบทเพลงสุดซึ้ง ^^
v
v

เพลง เบาเบา






          Singular คือส่วนผสมทางดนตรีคู่ใหม่ของ ซิน - ทศพร อาชวานันทกุล (นักร้องนำ/แต่งคำร้อง, ทำนอง) หนุ่มผมยาวมาดเซอร์ ที่เคยร่วมงานกับคณะประสานเสียงชื่อดังอย่าง The Bangkok Opera และ นัท - โชติวุฒิ บุญญสิทธิ์ (มือกีต้าร์) หนุ่มหล่อมากความสามารถ ที่มีรางวัลชนะเลิศกีต้าร์ระดับประเทศ การันตีความเจ๋ง จนได้ผลงานที่สอดแทรกขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองให้กับอุตสาหกรรมดนตรีเมือง ไทย ได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า และเป็นอีกทางเลือกในฐานะศิลปินหน้าใหม่ที่มีสไตล์โดดเด่นและมีคุณภาพ กับงานเพลงแนว Metro Acoustic ที่ผสมผสานดนตรีหลากหลายแนว ทั้ง Pop, Chill-out, Bossanova, Acoustic เข้ากับกลิ่นอายของดนตรี Jazz ไปพร้อมกับการแต่งแต้มภาษาบนท่วงทำนอง และเสียงร้องอันละมุนละไม ที่มาจากการสร้างสรรค์และตัวตนของพวกเขาเอง

 


          อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Singular จะเข้ามาโลดแล่นบนเส้นทางวงการเพลงได้ไม่นาน แต่ความสามารถที่มาพร้อมกับเพลงคุณภาพ ทำให้พวกเขาเข้าไปครอบครองพื้นที่หัวใจในฐานะศิลปินอินดี้ดูโอคู่ใหม่ของแฟน ๆ ได้ไม่ยาก...


วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

วง So many people funny : SPF


So many people funny





SPF

Rock/Alternative
               S P F (เอส พี เอฟ) คือชื่อย่อของวงดนตรีชื่อยาว So many people funny เป็นวงดนตรี แนว Modern rock ในแบบฉบับของ S P F ที่เป็นการผสมผสาน Sound ดนตรี Rock ที่หนักแน่น กับ ความสวยงามในท่วงทำนองและเนื้อหา เป็นวงดนตรี ที่มีความเข้มแข็งและความอ่อนโยน เข้ากันได้อย่างลงตัว รวมถึง Performance ในการแสดงสด ทำให้ทุก ๆ คน ที่เคยชมทุกเวทีของพวกเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “มันส์โคตร!!!” “ความเชื่อส่วนบุคคล” คือ Single ที่สอง ที่ต้องการสะท้อนภาพของความเศร้าแบบสุด ๆ ในมุมมองของคนที่มีบุคลิกแบบพวกเขา